Get Adobe Flash player

ข่าว/กิจกรรม

 

Test Tutor มีข่าวแจ้งให้น้องๆทราบว่า

การสอบ GED แบบเก่า(2002 series) ที่มี 5 วิชาในประเทศไทยจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 เมษายน 2017 และจะเปลี่ยนไปในรูปแบบใหม่ในวันที่ 1 พฤษภาคม 2017 เป็นต้นไป หากผู้สอบคนไหนยังสอบ GED ไม่ครบ หรือวางแผนจะสอบ GED ให้ทันก่อนเดือนพฤษภาคม 2017 ควรจะรีบสอบให้ครบ 5 วิชาก่อนสิ้นสุดระบบเก่า เพราะจะไม่สามารถนำผลคะแนนเก่ากับผลคะแนนใหม่มารวมกันได้

 

GED รูปแบบ 2017 เป็นอย่างไร การสอบ GED รูปแบบ 2017 มีด้วยกัน 4 วิชาได้แก่

  1. Reasoning Through Language Arts
    • 65 raw score points
    • วิชานี้เป็นการนำ Reading และ Writing เข้าด้วยกัน
    • ระยะเวลาในการสอบคือ 150 นาที
  2. Mathematical Reasoning
    • 49 raw score points
    • ระยะเวลาในการสอบวิชาคณิตศาสตร์คือ 115 นาที
    • Quantitative problem solving
    • Algebraic problem solving.
  3. Social Studies
    • 30 raw score points
    • ระยะเวลาในการสอบวิชาสังคมศาสตร์คือ 70 นาที
    • Civics and Government, U.S. History, Economics, and Geography & the World
  4. Science
    • 40 raw score points
    • ระยะเวลาในการสอบวิชาวิทยาศาสตร์คือ 90 นาที
    • Physical Science, Life Science, & Earth and Space Science
    •  

การให้คะแนนจะวัดจากคะแนน (raw score) ที่ได้ก่อนแล้วจึงแปลงเป็น scaled score เริ่มต้นตั้งแต่ 100-200 คะแนน หากจะให้ผ่านมาตรฐานของการศึกษาระดับ High School ผู้สอบต้องทำคะแนนให้ได้อย่างน้อย 145 คะแนนจึงจะผ่านวิชานั้นๆ หากใครกำลังสนใจจะเรียน GED แบบใหม่ ทีมติวเตอร์ได้ ที่ Test Tutor ได้จัดทำคอร์สเรียน GED ที่ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด ตรงกับข้อสอบตามมาตรฐาน High School ไว้เรียบร้อยแล้ว ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคอร์สเรียน GED 2017 ได้ที่ 052-009-489, 085-0300735


 

GED คืออะไร

GED คือหลักสูตรการศึกษานอกโรงเรียนในระดับม. ปลาย (High School) ในสหรัฐอเมริกา มีข้อสอบทั้งสิ้น 4 วิชา หากสอบผ่านทั้งหมดสามารถนำผลสอบ GED ไปสมัครเรียนมหาวิทยาลัยได้ โดยสามารถสอบ GED ได้หากมีอายุตั้งแต่ 16 ปีขึ้นไป ตามกฎที่เพิ่งประกาศเมื่อช่วงปลายปี 2014 อย่างไรก็ตาม นักเรียนที่มีอายุช่วง 16-17 ปีจะต้องให้ผู้ปกครองกรอกเอกสารอนุญาตให้ทำการสอบ (Consent Form) เสียก่อน ข้อดีของการสอบ GED คือผู้สอบไม่ต้องมีวุฒิการศึกษาขั้นต่ำ (ใครๆก็สอบได้) ค่าใช้จ่ายในการสอบอยู่ที่ $60 ต่อวิชา ที่สำคัญคือการสอบ GED มีเปิดสอบตลอดทั้งปีและทราบผลการสอบทันที ทำให้ผู้สอบสามารถสอบผ่านได้ในระยะเวลาไม่นานนักหากมีการเตรียมตัวสอบที่ดีพอ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2017 ได้มีการเปลี่ยนแปลงข้อสอบ GED โดยผลคะแนนเก่าที่สอบก่อน 1 พ.ค. 2017 (2002 series) จะไม่สามารถนำไปรวมกับผลคะแนนใหม่ได้ ดังนั้นผู้ที่ยังสอบข้อสอบเก่าไม่ครบทุกวิชา จำเป็นต้องสอบให้ผ่านทั้งหมด

 

รู้หรือไม่ ? การสอบ GED
  1. การสอบ GED เป็นแบบ Multiple Choice เป็นส่วนใหญ่ โดยจะมีข้อสอบรูปแบบอื่นๆ เช่น เติมคำตอบ, จับคู่, เขียน Essay ด้วย
  2. GED ที่สอบตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นไป มีการสอบ 4 วิชา
  3. หากจะสอบ GED ให้ผ่านจะต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่า 145 ในแต่ละวิชา (คะแนนเต็มในแต่ละวิชาคือ 200)
  4. ค่าสอบ GED คือวิชาละ $60
  5. เมื่อสอบผ่านจะได้เอกสาร 2 อย่างคือ Transcript และ Diploma ซึ่งต้องนำเอกสารทั้งสองนี้ไปใช้สมัครสอบเข้ามหาวิทยาลัยโดยไม่ต้องนำไปเทียบวุฒิ

 

สอบ GED ไปเพื่ออะไร

GED ประกอบไปด้วยข้อสอบ 4 วิชา หากสอบผ่านครบทั้งหมดจะได้รับใบคะแนน (Transcript) และใบประกาศนียบัตร (Diploma) ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทยให้การรับรองว่ามีเนื้อหาเทียบเท่าระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งทำให้สามารถนำผลการสอบ GED ไปเป็นหลักฐานประกอบการสมัครเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยในประเทศไทยได้

 

สอบ GED ผ่านแล้วสามารถนำไปยื่นเข้ามหาวิทยาลัยได้เลยใช่ไหม

เมื่อสอบ GED ผ่านแล้วถือว่าผู้สอบผ่านมีคุณสมบัติเทียบเท่าผู้ที่สอบผ่านหลักสูตรม.ปลายของไทย แต่กระบวนการคัดเลือกของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมักจะต้องการคุณสมบัติอื่นๆด้วย ในกรณีที่ต้องการยื่นสมัครหลักสูตรอินเตอร์ในระดับมหาวิทยาลัย มักจะต้องยื่นผลสอบวิชาวิชาภาษาอังกฤษ เช่น IELTS, TOEFL, CU-TEP หรือบางมหาวิทยาลัยอาจมีข้อสอบภาษาอังกฤษของตัวเองเพื่อทดสอบ ในขณะที่บางมหาวิทยาลัยอาจขอผลสอบวิชาอื่นๆด้วย เช่น SAT, CU-AAT, MUIC แต่หากยื่นสมัครหลักสูตรไทยในระดับมหาวิทยาลัย จะต้องสอบวิชาต่างๆ เช่น GAT, 9 วิชาสามัญ, O-NET แต่การสอบผ่าน GED ทำให้นักเรียนมีสิทธิสอบวิชาต่างๆเหล่านี้แม้จะยังไม่ได้เป็นนักเรียนม.6 ก็ตาม (ทำให้มีโอกาสเห็นข้อสอบก่อนเพื่อนในรุ่นเดียวกัน) กล่าวโดยสรุปคือ GED เป็น “ส่วนประกอบที่สำคัญ” หรือ “ก้าวแรก” ของการสอบเข้ามหาวิทยาลัย (เร็วกว่าคนอื่น) เพราะ GED สามารถสอบได้ตลอดทั้งปี ผู้สอบอาจใช้เวลาเพียง 1 เดือนในการเตรียมตัวและสอบ GED จนผ่าน

 

เนื้อหาของข้อสอบ GED

GED ประกอบไปด้วยข้อสอบ 4 วิชา ดังต่อไปนี้

  1. Reasoning Through Language Arts
  2. Mathematics
  3. Science
  4. Social Studies

 

การสอบ GED ให้ผ่านตามเกณฑ์นั้นมีเงื่อนไขคือ ผู้สอบต้องสอบให้ได้อย่างน้อย 145 คะแนนขึ้นไปต่อวิชา (จากคะแนนเต็ม 200 คะแนน)นักเรียนสามารถสอบใหม่ได้ (ไม่ว่าจะได้คะแนนต่ำกว่าเกณฑ์หรือผ่านเกณฑ์แต่อยากได้คะแนนสูงขึ้น) อย่างไรก็ตาม มีกฎเกี่ยวกับการสอบใหม่ที่ควรทราบดังนี้

การสอบวิชาเดิมเป็นครั้งที่สองและสาม สามารถทำได้หลังจากสอบครั้งที่แล้วไปไม่ต่ำกว่า 1 วัน การสอบวิชาเดิมเป็นครั้งที่สี่เป็นต้นไป วันที่สอบใหม่จะต้องเว้นห่างวันสอบครั้งที่แล้วไม่ต่ำกว่า 60 วัน ในกรณีที่สอบตกวิชาใดวิชาหนึ่ง (หรือตกมากกว่า 1 วิชา) เมื่อสอบซ่อม ให้สอบเฉพาะวิชาที่สอบตก ไม่จำเป็นต้องสอบใหม่ทั้งหมด

 

Subject Fee Duration
  • - Reasoning Through Language Arts (RLA) $60 150 minutes
  • - Mathematics $60 112 minutes
  • - Science $60 90 minutes
  • - Social Studies $60 70 minutes

 

ค่าใช้จ่ายในการสอบ GED การสอบ GED มีค่าใช้จ่ายดังนี้
  1. ค่าสอบวิชาละ $60 โดยหากผู้สอบสามารถสอบผ่านได้ในการสอบครั้งแรกของแต่ละวิชา ก็จะมีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ $240
  2. ค่าเอกสาร Transcript $15 โดยมีค่าใช้จ่ายในการส่งให้เลือก 2 แบบ แบบแรก $3 โดยใช้เวลาในการจัดส่งประมาณ 60 วัน แบบที่สอง $40 โดยใช้เวลาในการจัดส่งประมาณ 5 วัน
  3. ค่าเอกสาร Diploma $15 โดยมีค่าใช้จ่ายในการส่งให้เลือก 2 แบบ แบบแรก $3 โดยใช้เวลาในการจัดส่งประมาณ 60 วัน แบบที่สอง $40 โดยใช้เวลาในการจัดส่งประมาณ 5 วัน

 

ช่วงเวลาในการสอบ GED  ข้อสอบ GED มีการจัดสอบตลอดทั้งปีในวันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์) โดยผู้สมัครต้องสมัคร User ID ก่อนจึงจะเช็ควันว่างที่สามารถสมัครสอบได้โดยการเปลี่ยนแปลงข้อสอบ GED ในปี 2017จากประกาศของทาง GED Testing Service ที่แจ้งว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงการสอบ GED โดยมีผลให้คะแนนสอบเดิมไม่สามารถรวมกับคะแนนใหม่ รวมถึงระบบคะแนน เนื้อหาข้อสอบ ตลอดจนค่าสอบที่จะมีการเปลี่ยนแปลงด้วยนั้น ล่าสุดในประเทศไทยจะเปลี่ยนการสอบเป็นรูปแบบใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. 2017 (คะแนนเต็มวิชาละ 200 คะแนนผ่านวิชาละ 145/ สอบ 4 วิชา/ ค่าสอบวิชาละ $60) หรือในการสมัครสอบใน www.ged.com จะใช้ชื่อว่า GED_INTL: GED® Test (Version เก่าใช้ชื่อว่า GEDTS: 2002 Series GED® Test) https://ged.com/

 

สิ่งที่ควรทราบในการสอบ GED
  1. สถานที่ในการจัดสอบในประเทศไทยมีอยู่ 5 แห่งคือ
    1. The Enterprise Resources Training Co.Ltd. ชั้น 3 อาคารชาญอิสสระ 2 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 02 718 1599
    2. Pearson Professional Centers-Bangkok, Thailand ชั้น 10 อาคาร Bangkok Business ถนนอโศก กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ 02 664 3563
    3. Movaci Technology 420/11-13 ถนนช้างคลาน ต.ช้างคลาน อ.เมือง จ. เชียงใหม่ โทรศัพท์ 053 920 555
    4. Thabyay Education อ.แม่สอด จ.ตาก
    5. Phuket Academic Language School 66/19 ถนนวิชิตสงคราม อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต
  2. หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกับการรับรอง/เทียบวุฒิการศึกษาสำหรับประเทศไทยคือ กองเทียบวุฒิ (ตึกหน้าข้างสระน้ำ) กระทรวงศึกษาธิการ โทรศัพท์ 02 288 5790-1 (ปัจจุบันสามารถนำใบ GED Diploma และ Transcript ที่ออกโดย Maine Department of Education, Mississippi และ District of Columbia ไปสมัครเรียนกับมหาวิทยาลัยได้เลยโดยไม่ต้องไปเทียบวุฒิ)
  3. ผู้สอบต้องไปถึงสถานที่สอบอย่างน้อย 15 นาทีก่อนเวลาสอบ
  4. ผู้สอบต้องนำบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง (Passport) ไปแสดงตัวเวลาสอบ
  5. ในการสอบวิชา Mathematics ห้ามผู้สอบนำเครื่องคิดเลขทุกชนิดเข้าไปในห้องสอบ

ติวรับรองผลหลักสูตร GED

 

Joomla Templates and Joomla Extensions by ZooTemplate.Com