Get Adobe Flash player

IELTS

 

IELTS (International English Language Testing System)

  เป็นการทดสอบภาษาอังกฤษที่ถูกออกแบบเพื่อวัดความสามารถด้านการสื่อสารทางภาษาของผู้ที่ต้องการเรียนหรือทำงานในองค์กรที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสื่อสาร ข้อสอบ IELTS พัฒนาร่วมกันระหว่าง The University of Cambridge ESOL Examinations (Cambridge ESOL), British Council และ IDP : IELTS Australia ซึ่งข้อสอบ IELTS ถือได้ว่าเป็นข้อสอบที่ใช้ประเมินความสามารถทางภาษาอังกฤษที่ได้มาตรฐานระดับนานาชาติซึ่งครอบคลุมทักษะทางภาษาทั้ง 4 ทักษะไม่ว่าจะเป็นการฟัง การอ่าน การเขียน และการพูด ไม่ต่างจากการสอบ TOEFL iBT รายวิชาในหลักสูตร IELTS เป็นการทดสอบเพื่อวัดระดับทักษะทางภาษาอังกฤษที่จำเป็นต้องใช้ในการศึกษาหรือการฝึกงาน การทดสอบจะแบ่งออกเป็น 4 หมวด โดยที่ทักษะด้านการฟังและการพูด เหมือนกัน แต่จะสามารถเลือกหมวดการสอบในส่วนของการอ่านและการเขียนเป็นแบบการฝึกอบรมทั่วไป (General Training) หรือแบบวิชาการ (Academic) ก็ได้ ผู้สอบที่มีความประสงค์เพื่อการศึกษาต่อ ควรเลือกสอบหมวดการอ่านและการเขียนเชิงวิชาการ (Academic Reading and Writing Modules) และสำหรับผู้สอบที่มีความประสงค์เดินทางไปฝึกงานหรืออพยพย้ายถิ่นฐานควรเลือกสอบหมวดการอ่านและการเขียนเชิงการฝึกอบรมทั่วไป

 

(General Training Reading and Writing Modules) การสอบใน 3 หมวดแรก การฟัง การอ่าน และการเขียนจะต้องสอบภายในวันเดียวกันโดยไม่มีการพักระหว่างการสอบ ส่วนวันทดสอบการพูดนั้นขึ้นอยู่กับศูนย์สอบจะกำหนด โ ดยจะทำการสอบภายใน 7 วันก่อนหรือหลังการทดสอบในหมวดอื่นๆการฟัง: เวลา 40 นาที (ฟังเนื้อเรื่อง 30 นาทีและตอบคำถาม 10 นาที) ผู้สอบจะต้องฟังเนื้อเรื่องจากเทปเนื้อเรื่องประกอบด้วยการสนทนาและบทพูดรวมทั้งความหลากหลายของการออกเสียงและสำเนียงท้องถิ่นที่ปะปนกัน ผู้สอบจะได้ฟังบทสนทนา 1 ครั้งและมีเวลาให้ในการอ่านและตอบคำถาม การอ่าน: เวลา 60 นาที – การอ่านเชิงวิชาการ เนื้อเรื่องมีทั้งหมด 3 เรื่องประกอบไปด้วยเนื้อหาที่นำมาจากหนังสือ นิตยสาร บทความและหนังสือพิมพ์โดยเน้นเขียนให้ผู้อ่านที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ข้อสอบ 1 ชุดจะมีจำนวนนี้อย่างน้อยที่สุดจะมีเรื่องหนึ่งที่มีลักษณะเชิงอภิปราย – การอ่านเชิงการฝึกอบรมทั่วไป เนื้อหาการอ่านส่วนใหญ่เน้นสิ่งที่พบในชีวิตประจำวันในต่างประเทศโดยนำมาจากหนังสือพิมพ์ โฆษณาและคู่มือการสอน และหนังสือต่างๆ โดยจะทดสอบความสามารถในการทำความเข้าใจและการใช้ข้อมูลของผู้สอบเป็นสำคัญ ข้อสอบจะประกอบไปด้วยข้อความยาว ๆ 1 ข้อความซึ่งเนื้อหาจะเป็นในทางอธิบายมากกว่าการอภิปราย การเขียน: เวลา 60 นาที – การเขียนเชิงวิชาการ แบ่งออกเป็น 2 ส่วนโดยในส่วนแรกผู้สอบจะต้องเขียนรายงานประมาณ 150 คำตามตารางและแผนภาพเพื่อแสดงความสามารถในการบรรยายและอธิบายข้อมูลส่วนที่ 2 ผู้สอบต้องเขียนเรียงความสั้นความยาวประมาณ 250 คำเพื่อโต้ตอบข้อคิดเห็นหรือปัญหาโดยแสดงความความสามารถในการอภิปรายโต้แย้งและใช้สำนวนการเขียนที่เหมาะสม – การเขียนเชิงฝึกอบรมทั่วไป แบ่งออกเป็น 2 ส่วนโดยในส่วนแรกผู้สมัครจะต้องเขียนจดหมายความยาวประมาณ 150 คำ เนื้อหาเกี่ยวข้องกับการสอบถามข้อมูลหรือการอธิบายสถานการณ์ต่างๆ ส่วนที่ 2 เป็นการเขียนเรียงความสั้นความยาวประมาณ 250 คำเพื่อแสดงความคิดเห็นหรือตอบปัญหาตามประเด็นที่ตั้งไว้ การพูด: เวลา 10-14 นาที เนื้อหาการทดสอบการพูดจะเป็นการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัวโดยผู้สมัครจะได้รับการประเมินในส่วนของการใช้ภาษาเพื่อตอบคำถามสั้นๆ พูดเกี่ยวกับหัวข้อที่คุ้นเคยและสามารถโต้ตอบกับผู้สัมภาษณ์ได้ โดยการสอบจะเรียงลำดับจาก “การฟัง” “การอ่าน” และ “การเขียน” ส่วน “การพูด” มักจะสอบในวันอื่นคะแนนของการสอบ IELTS เริ่มตั้งแต่ 0 ไปจนถึง 9.0 ซึ่งคะแนนนี้เรียกว่า Band Score โดยคะแนนที่ได้จะลงท้ายด้วย .0 หรือ .5 เท่านั้น ในการคำนวณคะแนนสอบจะนำคะแนนดิบ (Raw Score) มาแปลงค่าซึ่งหากคำนวณได้ Band Score ลงท้ายด้วย .25 ระบบจะทำการปัดค่าเป็น .5 ให้โดยอัตโนมัติ และหากคำนวณได้ Band Score ลงท้ายด้วย .75 ระบบจะทำการปัดค่าเป็น .0 ให้โดยอัตโนมัติเช่นกัน ตัวอย่างเช่น หากคำนวณคะแนน Band Score ได้ 5.75 คะแนน ระบบจะออกใบรายงานผลคะแนนให้ที่ 6.0 เป็นต้น

 

ผลสอบ IELTS นำไปใช้สมัครเรียนที่ไหนได้บ้าง ผู้ที่เข้าทดสอบแบบทดสอบ IELTS สามารถนำผลสอบไปใช้เพื่อการศึกษาต่อได้ทั้งในและต่างประเทศ (1) ภายในประเทศ: หลักสูตรนานาชาติเกือบทุกแห่งในประเทศไทยยินดีรับผลสอบ IELTS โดยคะแนนขั้นต่ำมีตั้งแต่ 5.0 ไปจนถึง 7.0 เลยทีเดียว (2) ต่างประเทศ: ประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ เช่น สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ มักยอมรับผล IELTS นอกจากนี้หลายมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกาก็เริ่มยอมรับผล IELTS มากขึ้น โดยคะแนนขั้นต่ำของบางมหาวิทยาลัยอาจกำหนดไว้สูงถึง 8.5 ก็มี

 

หน่วยงานรับผิดชอบ ค่าสอบและสถานที่สอบ IELTS หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดสอบ IELTS ในประเทศไทยประกอบไปด้วย 2 ศูนย์ทดสอบอันได้แก่
  1. บริติช เคาน์ซิล ประเทศไทย โทร 02 657 5678 ศูนย์ทดสอบในกรุงเทพฯอยู่ที่โรงแรมแลนด์มาร์ค นอกจากนี้ยังมีศูนย์สอบที่เชียงใหม่ ภูเก็ตและขอนแก่น
  2. IDP Education Service โทร 02 638 3111 ศูนย์ทดสอบในกรุงเทพฯอยู่ที่อาคารซีพี (สีลม) หรือใกล้เคียงศูนย์สอบในต่างจังหวัดอยู่ที่เชียงใหม่ หาดใหญ่ ภูเก็ตและขอนแก่น

 

ค่าทดสอบ IELTS 6,900 บาท ผู้สมัครต้องชำระค่าสมัครก่อนวันสอบโดยไม่สามารถรับค่าธรรมเนียมคืนหรือขอเปลี่ยนเป็นรูปแบบใดๆเมื่อได้ลงทะเบียนแล้ว ในกรณีที่ผู้สมัครไม่สามารถเข้าสอบในวันสอบที่กำหนดด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ ผู้สมัครสามารถขอเปลี่ยนวันสอบเป็นวันสอบครั้งถัดไปหรือขอรับค่าธรรมเนียมการสอบคืนได้บางส่วน โดยผู้สมัครต้องแสดงหลักฐานใบรับรองแพทย์ซึ่งออกโดยโรงพยาบาลของรัฐยื่นให้ศูนย์สอบอย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนวันสอบ อนึ่งศูนย์สอบจะปิดรับสมัคร 3 วันก่อนวันสอบหรือ เมื่อวันสอบในรอบนั้นเต็ม ในวันสอบผู้สอบจะต้องนำหลักฐานแสดงตัวคือบัตรประชาชนที่ยังไม่หมดอายุจนถึงวันสอบaims เป็นตัวแทนการสมัครสอบ IELTS ของทั้ง British Council และ IDP สามารถติดต่อ aims เพื่อทำการสมัครสอบได้ (หากสมัครเองที่นั่งสอบอาจเต็ม แต่สามารถติดต่อ aims เพื่อติดต่อองค์กรจัดสอบให้หาที่นั่งได้ในบางครั้ง)
IELTS รับรองผลที่ 6.5 -  นักเรียนประมาณ 5-15 คน โดยรับไม่เกิน 15 คน/ห้อง

 


 


 

Joomla Templates and Joomla Extensions by ZooTemplate.Com